คู่มือสำหรับผู้ปกครอง
เลือกโรงเรียนให้ตรงกับลูกและชีวิตประจำวัน
เริ่มจากชั้นเรียนที่รับได้จริง หลักสูตรที่จะเรียน ค่าใช้จ่ายรวมเป็นลายลักษณ์อักษร และการเดินทางในแต่ละวัน จากนั้นจึงเปรียบเทียบโรงเรียนที่เข้ากับเงื่อนไขของครอบครัว
01 / ก่อนติดต่อโรงเรียน
ตรวจสี่เรื่องก่อนนัดเยี่ยมชม
ช่วงอายุที่โรงเรียนรับไม่ได้แปลว่ามีที่ว่างในชั้นของลูก ต้องถามฝ่ายรับสมัครเรื่องชั้นเรียนและวันเริ่มเรียนที่เสนอให้โดยตรง
ชั้นเรียนปัจจุบัน
ถามว่าชั้นใดเปิดสอนอยู่แล้ว เกณฑ์อายุคืออะไร และรับนักเรียนใหม่ถึงชั้นใด แยกแผนที่จะเปิดในอนาคตออกจากบริการปัจจุบัน
หลักสูตรและภาษา
ถามว่าวิชาใดสอนภาษาอะไร และเมื่อโตขึ้นลูกจะสอบหรือได้รับวุฒิใด
ที่ตั้งและเวลา
ดูที่อยู่จริง เวลาเรียน และเส้นทางรถรับส่งที่ใช้ได้กับบ้านหรือที่ทำงาน
ค่าใช้จ่าย
ขอใบเสนอราคาสำหรับชั้นของลูก ระบุปีการศึกษาและรายการที่รวมแล้วหรือคิดเพิ่ม
ใช้ รายชื่อโรงเรียน 29 แห่ง เพื่อเริ่มคัดเลือก แล้วดู พื้นที่ และ หน้าการเปรียบเทียบ สำหรับตัวเลือกที่เหลือ
02 / เส้นทางการเรียน
ชื่อประเภทโรงเรียนยังบอกเส้นทางไม่ครบ
ให้โรงเรียนอธิบายภาษาที่ใช้สอน หลักสูตรแต่ละช่วงชั้น และวุฒิเมื่อจบระดับมัธยม อย่าตัดสินจากคำว่า “สองภาษา” หรือ “นานาชาติ” เพียงคำเดียว
หลักสูตรไทยร่วมกับ EP / MEP
หลักสูตรไทยที่เพิ่มการเรียนบางวิชาเป็นภาษาอังกฤษ สัดส่วนและรายวิชาแตกต่างกัน ควรขอตารางเรียนปัจจุบัน
โรงเรียนที่ใช้สองภาษา
ถามว่าแต่ละวิชาใช้ภาษาใด ใครเป็นผู้สอน และผลการเรียนเชื่อมต่อกับโรงเรียนปลายทางอย่างไร
หลักสูตรต่างประเทศ
อาจเป็นสายอังกฤษ IB อเมริกัน ฝรั่งเศส หรือระบบอื่น ตรวจช่วงชั้นที่เปิดจริงและคุณวุฒิปลายทางของแต่ละแห่ง
การย้ายหลักสูตร
หากเปลี่ยนโรงเรียน ให้ถามเรื่องการเทียบชั้น ภาษาเรียน วิชาที่ต้องตามให้ทัน และการสนับสนุนช่วงแรก
อ่านการเปรียบเทียบระบบโรงเรียนฉบับละเอียด (อังกฤษ)
หลักสูตรที่พบในไดเรกทอรี
- อังกฤษ: ตรวจว่าโรงเรียนเปิด EYFS, IGCSE และ A-Level ช่วงใดจริง ดูโรงเรียนสายอังกฤษ
- IB: PYP, MYP และ Diploma เป็นคนละหลักสูตร ต้องดูสถานะของแต่ละช่วง ดู IB Diploma
- อเมริกัน: สอบถามวุฒิจบการศึกษา วิชาที่เปิด และการสอบเพิ่มเติม
- ฝรั่งเศส: สอบถามภาษาการสอนและเส้นทางวุฒิฝรั่งเศส ดูสายฝรั่งเศส
- ไทยร่วมกับ EP / MEP: ขอตารางวิชาที่สอนภาษาอังกฤษ ไม่ใช้เพียงชื่อโปรแกรมตัดสิน
คำย่อที่ควรถามโรงเรียน
IGCSE เป็นการสอบช่วงมัธยมในสายอังกฤษ; A-Level และ IB Diploma เป็นทางเลือกหลังอายุประมาณ 16 ปี ส่วน EP / MEP เป็นชื่อรูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรไทย ชื่อองค์กรอย่าง CIS, CAIE หรือ WASC อาจเกี่ยวกับการรับรองหรือการสอบคนละด้าน จึงควรขอสถานะล่าสุดของวิทยาเขตและหลักสูตรที่ลูกจะเรียน
04 / การสมัคร
ทำตามขั้นตอนของโรงเรียนที่เลือก
ไม่มีกรอบเดือนที่ใช้ได้กับทุกโรงเรียน ให้ถามกำหนดการสำหรับชั้นและวันเริ่มเรียนที่ต้องการโดยตรง
- คัดรายชื่อใช้ตัวกรองอายุ พื้นที่ หลักสูตร และข้อมูลค่าเทอมใน ไดเรกทอรี
- ติดต่อฝ่ายรับสมัครถามที่ว่าง การประเมิน เอกสาร การช่วยเหลือ และวันเยี่ยมชม ผ่านช่องทางทางการของโรงเรียน
- เทียบข้อเสนอขอจดหมายเสนอที่เรียน ตารางค่าใช้จ่ายทั้งหมด สิ่งที่รวม เงื่อนไขคืนเงิน และวันหมดเขต
- เตรียมวันเปิดเรียนยืนยันการเดินทาง อาหาร ชุดนักเรียน ปฏิทิน และเอกสารที่ครอบครัวต้องใช้
05 / ก่อนตอบรับ
แปดคำถามที่ควรขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร
- ตอนนี้รับลูกเข้าชั้นใด และมีที่ว่างในวันที่ต้องการหรือไม่?
- ชั้นต่อไปเปิดสอนแล้วหรือยัง และใช้หลักสูตรอะไร?
- ภาษาใดใช้สอนแต่ละวิชา และวุฒิปลายทางคืออะไร?
- ยอดรวมปีแรกของลูกคนนี้เท่าไร ใช้ตารางปีการศึกษาใด?
- ค่าใดรวมแล้ว ค่าใดต้องจ่ายเพิ่ม และค่าใดยังไม่มีราคา?
- ต้องประเมินหรือส่งเอกสารอะไร และวันตอบรับคือเมื่อไร?
- เงินก้อนใดคืนได้ ภายใต้เงื่อนไขและกำหนดเวลาใด?
- เส้นทางเดินทาง รถรับส่ง และวันแรกของลูกเป็นอย่างไร?
ตรวจอีกครั้งก่อนชำระเงิน
อย่าดูเฉพาะอาคารหรือค่าเทอมหน้าแรก ตรวจเส้นทางการเรียนจริง ตารางค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และเวลาการเดินทาง หากกำลังย้ายประเทศ ให้ถามฝ่ายรับสมัครว่าโรงเรียนออกเอกสารใดให้ได้ และตรวจข้อกำหนดของครอบครัวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
06 / คัดเลือก
เปรียบเทียบโรงเรียนที่ตรงกับความต้องการ
ค้นหาใน รายชื่อโรงเรียน ตามอายุ หลักสูตร และพื้นที่ แล้วเปิดหน้าโรงเรียนเพื่อดูค่าใช้จ่าย ข้อมูลสำคัญ และแหล่งที่มา
ดูข้อมูลแยกของ Rugby และ Regents เพื่ออ่านแหล่งที่มาและวันที่ของแต่ละข้อเท็จจริง
ไปต่อจากข้อมูลของแต่ละโรงเรียน
คู่มือนี้เผยแพร่โดย TIMPAEMI CO., LTD. ค่าเทอมและการรับสมัครอาจเปลี่ยนได้ อ่านแหล่งข้อมูลและวันที่ในหน้าโรงเรียน แล้วขอเงื่อนไขปัจจุบันจากฝ่ายรับสมัคร
หัวข้อและเส้นทางเพิ่มเติม
ไปต่อ English primer · โรงเรียน 29 แห่ง · เปรียบเทียบ · ย่านที่อยู่ · FAQ